สรุปอันดับพลังฟุตบอลโลก 2026 หลังจบรอบแรก โดยเต็งอย่างอาร์เจนตินา, ฝรั่งเศส และอังกฤษทำผลงานโดดเด่น ขณะทีมอย่างสเปนและโปรตุเกสต้องแก้ไขจากผลนัดเปิดสนาม
ฟุตบอลโลก 2026 เข้าสู่การแข่งอย่างเป็นทางการหลังทุกชาติลงเล่นแมตช์แรกเรียบร้อย การแข่งขันรอบเปิดสนามสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลทั่วโลก และผลการแข่งขันบางคู่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าใครกำลังมาแรง การจัดอันดับพลังครั้งนี้อ้างอิงจากการผสมผสานระหว่างอันดับโลกและฟอร์มในสนามตามรายการจัดอันดับของ The Independent โดยสรุปท็อป 10 ดังนี้
1. อาร์เจนตินา
ลีโอเนล เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกในแมตช์เปิดสนามที่พบแอลจีเรีย การยิงสามประตูช่วยให้ทีมแชมป์เก่าเก็บสามแต้มแรกและเมสซี่ยังทำสถิติเทียบชั้นมิโรสลาฟ โคลเซ่ในสถิติดาวซัลโวฟุตบอลโลก ทำให้อาร์เจนตินายังคงเป็นตัวเต็งที่น่าจับตา
2. ฝรั่งเศส
คีเลียน เอ็มบัปเป้โดดเด่นหลังจากแซงหน้าสถิติของเปเล่ในจำนวนประตูฟุตบอลโลก เกมกับเซเนกัลเป็นการยืนยันว่าพลังการโจมตีของฝรั่งเศสยังอันตราย แม้ครึ่งแรกจะเล่นไม่เต็มที่ แต่ครึ่งหลังพวกเขาปลดปล่อยฟอร์มเก่งได้สำเร็จ
3. อังกฤษ
แฮร์รี เคนทำสองประตูช่วยให้ทีมชาติอังกฤษชนะโครเอเชีย 4-2 ที่อาร์ลิงตัน แม้ต้องเสียสกอร์และถูกทวงคืนในครึ่งแรกจนโค้ชโธมัส ทูเชลต้องคุมเข้มระหว่างพักครึ่ง แต่ผลงานรวมถือว่าเริ่มต้นได้ดีต่อการลุ้นถ้วย
4. สเปน
สเปนซึ่งถูกมองว่าเป็นเต็งหนึ่งโดยบรรดานักเขียนกีฬา เสมอกับเคปเวอร์ดา 0-0 ในแมตช์เปิดสนาม ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ในการจัดอันดับนี้ แม้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บจนผู้เล่นสำคัญต้องออกสตาร์ทจากม้านั่งสำรอง ทั้งลาไมน์ ยามาลและนิโก วิลเลียมส์ยังได้ลงมาเป็นตัวสำรอง ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาอาจพร้อมมากขึ้นในนัดต่อไป
5. เยอรมนี
การยิงเจ็ดประตูในแมตช์เปิดสนามเทียบเท่าสถิติเดิมที่ทำไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่ระดับคู่แข่งอย่างคูราเซาเป็นปัจจัยที่ทำให้พวกเขาได้อันดับนี้ คูราเซาสร้างความหวั่นใจได้เมื่อไล่มาเสมอในนาทีที่ 21 ก่อนที่เยอรมนีจะถล่มเพิ่มอีกหลายประตู แสดงให้เห็นความโหดเหี้ยมที่กลับมาในทีมของจูเลียน นาเกลส์มันน์

6. โปรตุเกส
คริสเตียโน โรนัลโดทำผลงานไม่โดดเด่นนักในเกมที่เสมอกับ DR คองโก 1-1 แม้ทีมจะมีศักยภาพ แต่การยึดผู้เล่นรุ่นเก๋าเป็นหน้าเป็นตาของทีมอาจเป็นข้อกังขาว่าจะส่งผลดีต่อจังหวะเกมรวมของทีมหรือไม่
7. บราซิล
บราซิลออกสตาร์ทไม่สวยนักในเกมที่พบโมร็อกโก แสดงการเล่นค่อนข้างติดขัดและเกือบพ่ายหากไม่ใช่ความเฉียบขาดของวินิซิอุส จูเนียร์ การเล่นยังดูไม่เข้าที่และต้องปรับปรุงหากไม่อยากเป็นอีกหนึ่งทีมดังที่ตกรอบเร็ว
8. โมร็อกโก
โมร็อกโกโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจเมื่อสร้างปัญหาให้บราซิลและดูเหนือกว่าสำหรับแมตช์นั้น ผลงานทำให้พวกเขาขึ้นมามีความน่าเกรงขามในรอบสุดท้าย หลังผลงานเด่นเมื่อครั้งฟุตบอลโลก 2022
9. สหรัฐอเมริกา
เจ้าภาพเปิดสนามด้วยฟอร์มแข็งแกร่งชนะปารากวัย 4-1 โดยโฟลาริน บาโลกุนทำสองประตู ผลงานนี้ช่วยสร้างบรรยากาศความเชื่อมั่นในทีมของเมาโร ปอเช็ตติโน่ แต่ยังต้องพิสูจน์ต่อว่าระดับการเล่นจะคงที่เมื่อเจอคู่แข่งที่เหนือกว่า
10. สวีเดน
สวีเดนเริ่มต้นได้ร้อนแรงหลังถล่มตูนิเซีย โดยอเล็กซานเดอร์ อิซัคและวิคเตอร์ เกยอเกอร์สคืนฟอร์มเก่ง ทำให้สวีเดนได้ตำแหน่งที่ดีในการลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไป เหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้ผู้จัดการทีมตูนิเซียถูกปลดหลังความพ่ายแพ้
ภาพรวม: ยังมีเวลามากในรอบแบ่งกลุ่มและการจัดอันดับสามารถเปลี่ยนได้ตลอด แต่นัดแรกช่วยบ่งชี้ว่าทีมไหนมาแรง ทีมไหนต้องปรับจูน และผู้เล่นคนสำคัญคนไหนกำลังเดินหน้าเพื่อทิ้งร่องรอยในทัวร์นาเมนต์นี้
---
## Related Articles
1. [Messi Crying After First Goal Against Algeria Due to Father's Illness](https://pitchpulsemedia.com/en/news/messi-crying-after-first-goal-against-algeria-due-to-fathers-illness)
2. [Mundial 2026](https://azkalsgoal.com/fil/news/messico-nagsagawa-ng-closed-door-na-ensayo-para-sa-laban-kontra-south-korea-sa-world-cup-2026)